วรรณกรรมชาดกนอกนิบาตล้านนา

    ก่อนที่จะกล่าวถึงชาดกนอกนิบาตที่เป็นเรื่องเดี่ยวนั้น ใคร่จะกล่าวถึงชาดกที่จัดรวมเป็นชุดเสียก่อน ทั้งนี้ เพราะว่าอาณาจักรล้านนาได้ให้กำเนิดวรรณกรรมชุดสำคัญคือ ปัญญาสชาดก ซึ่งวรรณกรรมชุดนี้นับได้ว่าเป็นเพชรเม็ดเอกของล้านนาไทยอีกเม็ดหนึ่ง แม้จะไม่ปรากฏชื่อผู้แต่งหรือมิได้ระบุปีที่แต่ง แต่ก็ทราบเพียงแต่ว่าผู้แต่งคือภิกษุชาวเชียงใหม่ งานชิ้นนี้กรมพระยาดำรงราชานุภาพสันนิษฐานว่าแต่งขึ้นระหว่าง พ.ศ. ๒๐๐๐ - ๒๒๐๐ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ลิขิต  ลิขิตานนท์ กล่าวว่าเรื่องนี้แต่งขึ้นประมาณ พ.ศ. ๒๐๓๘ - ๒๐๖๘ แต่ศาสตราจารย์ ดร. นิยะดา  สาริกภูติ กล่าวว่าต้นตอที่มาของเรื่องน่าจะเก่ากว่านั้นเพราะมีหลักฐานเป็นศิลาจารึก หลักหนึ่งของพม่าซึ่งจารึกเมื่อ จ.ศ. ๖๒๗ (พ.ศ. ๑๘๐๘) ตั้งอยู่ที่วัด Kusa-samuti หมู่บ้าน Pwasaw (ห่างจากพุกามไปทางทิศตะวันออกประมาณ ๔ ไมล์ มีข้อความตอนหนึ่งกล่าวถึงพระเจ้า Thombameik หรือสมภมิต-สุมภมิตต์ ซึ่งเป็นตัวละครเอกในเรื่องดังกล่าวลำดับที่ ๙ ในภาษาไทย และเป็นลำดับที่ ๓ ของปัญญาสชาดกฉบับพม่า แต่จากการศึกษาของรองศาสตราจารย์ ดร. พิชิต  อัคนิจ และคณะ ในเรื่องปัญญาสชาดกฉบับปริวรรตจากอักษรธรรมหรือการศึกษาเชิงวิเคราะห์ปัญญาส ชาดกฉบับล้านนาไทย คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. ๒๕๔๑ ทราบว่าชาดกชุดนี้น่าจะเกิดจากการเรียบเรียงชาดกนอกนิบาตในล้านนาที่มีอยู่ แล้วขึ้นเป็นภาษาบาลีเพื่อใช้ในวงการศึกษาของพระสงฆ์และเพื่อนำชาดกล้านนาไป ใช้ในท้องถิ่นที่ไม่ใช้อักษรธรรมและภาษาไท
    ปัญญาสชาดกนี้ แต่งเลียนแบบชาตกัฏฐกถา (อรรถกถาชาดก) เพื่อเป็นการสอนศาสนาโดยใช้ชาดกและแต่งเป็นชาดกนอกนิบาต ๕๐ เรื่อง ฉบับที่หอสมุดแห่งชาติได้รวบรวมและจัดพิมพ์แบ่งเป็นสองเล่ม ในเล่มแรกมี ๔๘ เรื่องและเล่มที่สองมี ๒ เรื่อง ผนวกกับปัจฉิมภาคอีก ๑๑ เรื่อง ดังนี้

   

๑. สมุททโฆสชาดก
๒. สุธนชาดก
๓. สุธนุชาดก
๔. รัตนปโชตชาดก
๕. สิริวิบุลกิตติชาดก
๖. วิบุลราชชาดก
๗. สิริจุฑามณิชาดก
๘. จันทราชชาดก
๙. สุภมิตตชาดก
๑๐. สิริธรชาดก
๑๑. ทุลกบัณฑิตชาดก
๑๒. อาทิตชาดก
๑๓. ทุกัมมานิกชาดก
๑๔. มหาสุรเสนชาดก
๑๕. สุวรรณกุมารชาดก
๑๖. กนกวรรณราชชาดก
๑๗. วิริยบัณฑิตชาดก
๑๘. ธรรมโสณฑกชาดก
๑๙. สุทัสนชาดก
๒๐. วัฏกังคุลีราชชาดก
๒๑. โบราณกบิลราชชาดก
๒๒. ธรรมิกบัณฑิตราชชาดก
๒๓. จาคทานชาดก
๒๔. ธรรมราชชาดก

๒๕. นรชีวชาดก
๒๖. สุรูปชาดก
๒๗. มหาปทุมชาดก 
๒๘. ภัณฑาคารชาดก
๒๙. พหลาคาวีชาดก
๓๐. เสตบัณฑิตชาดก
๓๑. ปุปผชาดก
๓๒. พาราณสิราชชาดก
๓๓. พรหมโฆสราชชาดก
๓๔. เทวรุกขกุมารชาดก
๓๕. สลภชาดก
๓๖. สิทธิสารชาดก
๓๗. นรชีวกฐินชาดก
๓๘. อติเทวราชชาดก
๓๙. ปาจิตตกุมารชาดก
๔๐. สรรพสิทธิกุมารชาดก
๔๑. สังขปัตตชาดก
๔๒. จันทเสนชาดก
๔๓. สุวรรณกัจฉปชาดก
๔๔. สิโสรชาดก
๔๕. วรวงสชาดก
๔๖. อรินทมชาดก
๔๗. รถเสนชาดก
๔๘. สุวรรณสิรสาชาดก

    ในเล่มที่ ๒ ฉบับหอสมุดแห่งชาติ มีเรื่องต่าง ๆ ดังนี้
       ๔๙. วนาวนชาดก                                    ๕๐. พากุลชาดก
    และมีปัจฉิมภาค คือ
       ๑. โสนันทชาดก                                     ๗. สุบินชาดก
       ๒. สีหนาทชาดก                                     ๘. สุวรรณวงศชาดก
       ๓. สุวรรณสังขชาดก                                 ๙. วรนุชชาดก
       ๔. สุรัพภชาดก                                       ๑๐. สิรสาชาดก
       ๕. สุวรรณกัจฉปชาดก                               ๑๑. จันทคาธชาดก
       ๖. เทวันธชาดก
       ปัญจพุทธพยากรณ์, ปัญจพุทธศักราชวรรณนา, อานิสงส์ผ้าบังสุกุล
    จากการศึกษาเรื่องปัญญาสชาดกของรองศาสตราจารย์ ดร. พิชิต  อัคนิจ และคณะนั้น พบว่ามีการศึกษาจากคัมภีร์ใบลานฉบับครบชุดที่พบในวัดสูงเม่น อ.สูงเม่น จ.แพร่ ในคัมภีร์ชุดนี้บางผูกจารด้วยอักษรธรรมหลวงพระบาง และบางผูกระบุด้วยว่า "ครูบากัญจนะ ไปคัดลอกชาดกเรื่องนั้นๆ จากวัดวิชุน หลวงพระบาง" โดยไปคัดลอกเมื่อ พ.ศ. ๒๓๗๙ และในการศึกษาของรองศาสตราจารย์ ดร. พิชิต  อัคนิจ และคณะครั้งนี้ ได้จัดปัญญาสชาดกเข้าชุดตามลำดับเรื่องดังนี้ คือ

    ๑. สมุททโฆสชาดก
๒. สุธนูชาดก
๓. สุธนชาดก
๔. สิรสากุมมารชาดก
๕. สุมภมิตตชาดก
๖. สุวัณณสังขราชกุมมารชาดก       
๗. จันทฆาตกชาดก
๘. กุรุงคมิคชาดก
๙. เสตปัณฑิตชาดก
๑๐. ตุลกชาดก
๑๑. มฆชาดก
๑๒. อริฏฐชาดก
๑๓. รัตนปัชโชตชาดก
๑๔. โสนันทชาดก
๑๕. พาราณสีชาดก
๑๖. ธัมมัทธัชชชาดก
๑๗. ทุกัมมชาดก
๑๘. สัพพสิทธิกุมมารชาดก
๑๙. ปัญญาพลชาดก
๒๐. ทธิวาหนชาดก
๒๑. มหิสสชาดก
๒๒. ฉัททันตชาดก
๒๓. จัมเปยยชาดก
๒๔. พหลคาวีชาดก
๒๕. กปิราชชาดก
๒๖. นรชีวชาดก
๒๗. สิทธิสารชาดก
๒๘. กุสสราชชาดก
๒๙. ภัณฑาคาริกชาดก
๓๐. สิริวิปุลกิตติชาดก
๓๑. สุวัณณกุมมารชาดก
๓๒. วัฏฏกชาดก
๓๓. ติสสเถรวัตถุ
๓๔. สุตตโสมชาดก
๓๕. มหาพลชาดก
๓๖. พรหมโฆสชาดก
๓๗. สาทินนราชชาดก
๓๘. สิริธรชาดก
๓๙. อชิตตราชชาดก
๔๐. วิปุลราชชาดก
๔๑. อรินทุมมราชชาดก
๔๒. วิริยปัณฑิตชาดก
๔๓. อาทิตตราชชาดก
๔๔. สุรุปปราชชาดก
๔๕. สุวัณณพรหมทัตตชาดก      
๔๖. มหาปทุมมกุมมารชาดก
๔๗. มหาสุรเสนชาดก
๔๘. สิริจุฑามณีชาดก
๔๙. นลกชาดก
๕๐. กุกกุรชาดก

    นอกจากนี้ยังมีชาดกในภาคผนวกอีก ๖ เรื่อง คือ

    ๑. สุวัณณมิคคชาดก           
๒. จันทชาดก
๓. สรภชาดก
๔. โปราณกัปปิลปุรินทราชชาดก
๕. ทุฏฐราชชาดก
๖. กนกวัณณราชชาดก

    และจากการศึกษาครั้งนี้ พบว่ามีชาดกที่อยู่ในกลุ่มนิบาตชาดกปรากฏอยู่ด้วยจำนวน ๑๓ เรื่อง คือ

     ๑. กุรุงคมิคคชาดก
๒. มฆชาดก
๓. ทธิวาหนชาดก
๔. มหิสสชาดก (เทวธมฺมชาตก)   
๕. ฉัททันตชาดก
๖. จัมเปยยชาดก
๗. กปิราชชาดก
๘. กุสสราชชาดก
๙. วัฏฏกชาดก
๑๐. สุตตโสมชาดก
๑๑. นลกชาดก (นฬปานชาตก)      
๑๒. กุกกุรชาดก
๑๓. สุวัณณมิคคชาดก
      

    ปัญญาสชาดก ซึ่งเดิมเป็นผลงานของภิกษุชาวล้านนานี้ นอกจากที่ได้ปริวรรตจากอักษรธรรมมาสู่อักษรไทยกลางแล้ว ยังได้มีการแปลเป็นภาษาไทยกลางและพิมพ์เผยแพร่หลายครั้ง นอกเหนือจากการแปลในรูปชาดกแล้ว ยังมีผู้นำเรื่องในปัญญาสชาดกไปแต่งเป็นสำนวนร้อยกรองและกลายเป็นวรรณกรรม สำคัญของไทยอยู่หลายเรื่อง เช่น
      ก. เรื่องสมุททโฆส เป็นที่มาของสมุทโฆษคำฉันท์ในสมัยพระนารายณ์แห่งกรุงศรีอยุธยา
      ข. เรื่องสุวรรณสังขชาดก สมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยทรงนำไปแปลงและทรงพระราชนิพนธ์เป็นบทละครนอกเรื่อง สังข์ทอง
      ค. เรื่องพหลคาวีชาดก สมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยทรงนำไปเป็นต้นเรื่องของละครนอกเรื่อง คาวี และเรื่องพหลคาวีชาดกนี้ พระมหาราชครูในสมัยพระนารายณ์ก็ได้นำไปแต่งเป็นเรื่อง เสือโคคำฉันท์ อีกด้วย
      ง. เรื่องสุธนชาดก มีผู้นำไปแต่งเป็นบทละครนอกในสมัยกรุงศรีอยุธยา
      จ. เรื่องรถเสนชาดก เป็นเรื่องที่ใช้เล่นละครกันมาแต่โบราณ
      ฉ. เรื่องสรรพสิทธิชาดก เป็นต้นเรื่องที่สมเด็จกรมพระปรมานุชิตชิโนรสนำไปเป็นพระนิพนธ์เรื่อง สรรพสิทธิคำฉันท์
      ช. เรื่องสิริวิบุลกิตติชาดก เป็นเรื่องที่หลวงศรีปรีชา (เซ่ง) ในรัชสมัยสมเด็จพระเจ้าบรมโกศนำไปแต่งเป็นโครงเรื่องของกลอนกลบทชนิดต่าง ๆ เรียกรวมว่า กลบทศิริวิบุลกิตติ
    นอกเหนือจากจะเป็นที่นิยมในหมู่คนไทยด้วยกันแล้ว ปัญญาสชาดกนี้ยังแพร่หลายไปยังประเทศต่าง ๆ ในแหลมสุวรรณภูมิ เช่นที่พม่า เป็นที่รู้จักกันในนามโลกียปัญญาสหรือยวนปัญญาส แต่ในฉบับพิมพ์ครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. ๒๔๕๔ เป็นอักษรพม่า ภาษาบาลี ใช้ชื่อว่า ซิมเมปัญญาส และในการพิมพ์ครั้งที่สองเมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๑ ก็ใช้ชื่อ ซิมเมปัญญาส ครั้น Pali Text Society แห่งลอนดอนตีพิมพ์เรื่องนี้เมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๖ ก็ใช้ชื่อว่า PANNASA JATAKA or ZIMME PANNASA ต่อมาเมื่อกรมศิลปากรจัดแปลเป็นภาษาไทยและพิมพ์เผยแพร่ใน พ.ศ. ๒๕๔๑ นั้น ได้ให้ชื่อว่า เชียงใหม่ปัณณาสชาดก นับเป็นชาดกจำนวน ๕๐ เรื่อง ซึ่งมีบางเรื่องที่ไม่ตรงกับฉบับภาษาไทย
    ปัญญาสชาดก ฉบับเชียงตุง มีชื่อว่า ปัญญาสชาติ ซึ่งฉบับวัดเขมินทร์ เชียงตุง ที่ ดร.นิยะดา  สาริกภูติ ใช้ศึกษานั้นมี ๒๖ กัณฑ์ นีบเป็นเรื่องได้ ๒๑ เรื่อง
    ปัญญาสชาดก ฉบับลาว มีชื่อว่า พระเจ้าห้าสิบชาติ ซึ่งในการพิมพ์นั้นมีการสะกดชื่อเพี้ยนไปจากฉบับไทย แต่ก็พอรู้ว่าเรื่องนั้น ๆ ตรงกับเรื่องใด แต่บางเรื่องที่พิมพ์รวมไว้นั้น ไม่ปรากฏในปัญญาสชาดกฉบับไทย เช่น เรื่องท้าวปันยาพะละชาดก เรื่องช้างสะทัน ท้าวทรายคำ เป็นต้น เรื่องที่ผนวกเข้ามานี้บางเรื่องตรงกันกับชาดกนอกนิบาตของล้านนา
    ปัญญาสชาดกฉบับเขมร หรือปัญญาสชาดกสัมราย นางสาวซูซาน  กาปริเล ได้รวบรวมและขอร้องให้ภิกษุเขมร ๓ รูปถ่ายทอดจากภาษาบาลีเป็นภาษาเขมรใน พ.ศ. ๒๕๐๔ ซึ่งจากการศึกษาของ ดร.นิยะดา  สาริกภูติ นั้น ทราบว่า ปัญญาสชาดกสัมราย ทั้ง ๕๐ เรื่องนั้น มีเรื่องเดียวที่ไม่ตรงกับฉบับภาษาไทย คือเรื่องสัทธติสจักกวัตตี
    ทั้งนี้ อาจสรุปจากงานเขียนของศาสตราจารย์ ดร. นิยะดา  สาริกภูติ ว่า ปัญญาสชาดกฉบับต่าง ๆ คือ ฉบับพม่า ฉบับลาว และฉบับเขมร ทั้งหมดต่างมี ๕๐ เรื่อง และฉบับที่คล้ายคลึงกับฉบับภาษาไทยมากที่สุดคือฉบับเขมร ส่วนฉบับเชียงตุงนั้นไม่สามารถศึกษาได้กว้างขวางเพราะต้นฉบับมีเพียง ๒๖ เรื่องเท่านั้น
    ทั้งหมดนี้ ก็เพื่อเป็นการแสดงให้เห็นว่าเรื่อง ปัญญาสชาดก นี้ เป็นที่รู้จักและเผยแพร่ไปอย่างกว้างขวางทั่วแหลมสุวรรณภูมิแล้ว
    วรรณกรรมชาดกนอกนิบาตของล้านนาดังกล่าวนี้ ยังรอการศึกษาจากคนรุ่นหลัง และเชื่อว่าในที่นี้อาจมีบางท่านที่สนใจจะดำเนินงานต่อไปก็ได้


[เอกสาร ประกอบการเสวนาเรื่อง "วรรณกรรมทางพระพุทธศาสนาล้านนา" ในการจัดประชุมสัมมนาทางวิชาการเรื่อง " พระพุทธศาสนาในล้านนา" โดยคณะศาสนาและปรัชญา ระหว่างวันที่ ๒๐-๒๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๔๕ ณ ศูนย์ฝึกอบรม ธนาคารไทยพาณิชย์ ต. บ้านปง อ. หางดง จ. เชียงใหม่]

 

Share